Sunday, 3 March 2024

คนฉลาดคือคนอยู่เป็น คนใจเย็นคือคนรอบคอบ

คนฉลาดไม่ใช่แค่ฉลาดพูดเท่านั้น แต่ต้องรู้จัก นิ่งอย่างมีสติ ให้เป็นด้วย ต้องรู้ใน สิ่งที่ไม่ควรพูด ให้มากยิ่งกว่าสิ่งที่ควรพูด

1 ยิ้มแห่งสย าม รอยยิ้มสร้างโลกนี้ให้สดใสได้ เหมือนดังคำที่บอกว่า ถ้าคุณยิ้ม โลกก็จะยิ้มให้คุณ เพียงแค่คุณไปไหนแล้ว มีแต่รอยยิ้มให้คนรอบข้าง คนรอบข้างก็จะอารมณ์ดีขึ้นไปด้วย

2 กินอย่ างมีสติ บางครั้งเราก็ท านไปด้วยคุยโทรศัพท์ไปด้วย บางครั้งก็ท านไปด้วยดูจอทีวี จอมือถือไปด้วย แล้วครั้งสุดท้ายที่ท านอาหารทีละคำ รับรสชาติ แล้วขอบคุณอาหารในมื้อนั้น คือเมื่อไหร่กันหรือ

3 ตื่นอย่ างมีสติ แทนที่จะตื่นมาแล้วเช็คข่าวสารจากโซเชียลมีเดียเป็นสิ่งแรกของวัน ให้เวลาตัวเองซัก 5 ถึง 10 นาที นั่งสมาธินิ่งๆ ก่อนจะรับข่าว ส า ร อื่นๆ เพื่อช่วยให้การเริ่มต้นวันใหม่เป็นไปอย่ างมั่นคงในอารมณ์

4 เดินอย่ างมีสติ เดินไปข้างหน้าด้วยความรู้สึกขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่ าง ขอบคุณร่างกายที่ยังมีกำลังมากพอให้สามารถเดินได้ ขอบคุณถนนหนทางที่สะดวกสบายมากพอจนเดินก้าวไปได้ และเดินด้วยใจกรุณาด้วยความรู้สึกว่า อย ากสร้างแต่รอย ย่ำอันงดงามให้กับโลกใบนี้

5 สนทนาอย่ างมีสติ ฟังอย่ างตั้งใจ ฟังโดยไม่คิดตัดสินคู่สนทนา เปลี่ยนสภาพตัวเองให้เป็นเหมือนภาชนะว่างเปล่าที่พร้อมรับฟังบุคคลตรงหน้า ขณะที่เมื่อพูดก็ตระหนักถึงความงดงามของความสัมพันธ์ระหว่างคุณและคู่สนทนาสื่อสารด้วยความรัก ด้วยความหวังดี ด้วยใจที่อย ากจะสร้างสรรค์ความหมายดีๆ ระหว่างกัน

6 ทำง านอย่ างมีสติ ท่ามกลางม ร สุ มง าน และการติดต่อผู้คนมากมายตลอดวัน เราก็สามารถ ฝึกสติรู้เนื้อรู้ตัวได้ง่ายๆ เพียงหลับตาลง หายใจเข้าและออกลึกๆ สัก5 รอบลมหายใจ โดยให้สติตามลมหายใจ โดยไม่คิดเรื่องอื่น แล้วค่อยกลับไป โฟกัสกับง านตรงหน้าใหม่อีกครั้ง

7 ฝึกสมาธิ การฝึกสมาธิให้ใจสงบนั้นมีหลายรูปแบบ จะนั่งสมาธิหรือเดินสมาธิก็ได้ อย่ างที่ผมเคยเขียนในเล่มก่อนๆ ว่าเมื่อมีสมาธิ ก็ มี สติ เมื่อมีสติก็เกิดปัญญา เวลาเกิดปัญหาก็จะมีทางแก้ไข

8 เข้าหูซ้ายทะ ลุหุขวา อย่ าเพิ่งเข้าใจผิดนะครับ เพราะปกติแล้ว คำว่า ฟังหูซ้ายทะลุหูขวา นั้นเขาใช้เปรียบเปรยคนที่ฟังอะไรแล้วไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ ไม่รับความคิดใหม่ๆ เข้ามาแต่ตอนนี้ผมกำลังหมายถึง ถ้าเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่องแล้ว การฟังแบบเข้าหูซ้ายทะ ลุหูขวานั้น นับเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้เราไม่ใส่ใจกับสิ่งที่ใครกล่าวมา

9 นับหนึ่งให้ถึงสิบ เริ่มจากวิธีพื้นฐานอย่ างนับเลขในใจ เวลาที่เราโก รธใครให้ลองนับหนึ่งถึงสิบ หรือจะนับถึงร้อยถึงพันก็คงไม่มีใครว่า เพราะการนับเลขจะส่งผลให้เรามีสมาธิ และยังได้มีเวลาไตร่ตรองคิดถึง สิ่งที่ผู้อื่นทำกับเรา และสิ่งที่เรากำลังคิดจะทำด้วย

10 ขอโทษ หากเราทำผิด การใช้คำว่าขอโทษนั้น ถือเป็นเรื่องธรรมดาที่สุด ไม่ใช่เรื่องย ากเลย ถ้าเราจะต้องเอ่ยคำขอโทษ เพราะคำคำนี้ไม่ได้ทำให้ศักดิ์ศรีของเราตกต่ำลง หากแต่เป็นการรู้จักยอมรับ ในสิ่งที่ตนเองผิดต่างหาก อีกทั้งยังจะทำให้สถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ คลี่คลายลงได้ อย่ างไรก็ตาม เราไม่ควรใช้คำขอโทษอย่ างพร่ำเพรื่อ เพราะจะทำให้ติดเป็นนิสัยที่ไม่ดี ทำอะไรก็ไม่ระมัดระวัง

11 รู้เขารู้เรา บางครั้งแค่เราลองมองใส่ใจนิสัยของคนรอบข้างบ้าง ก็สามารถ ที่จะทำให้เราอยู่ร่วมกันในสังคมได้ อย่ างไม่ ย ากเย็น แต่เราจะต้องรู้จักระงับสติอารมณ์ของเราด้วยเพราะเมื่อเราทราบแล้วว่าเขาเป็นคนแบบนี้ หากเรารับนิสัยเขาไม่ได้ ก็ให้อยู่ห่างๆ เข้าไว้เป็นดีที่สุด จะได้ไม่ต้องมีเรื่องมีราวกัน

12 คิดมากไปหรือเปล่า อาการคิดมากเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิด โ ร คเครียดได้ ยิ่งอากาศร้อนๆ ยิ่งเหตุการณ์อะไรๆ ก็ไม่เป็นใจด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ร้อนรน เมื่อเกิดเรื่องก็จะยิ่งเก็บมาคิดจนไม่เป็นอันกินอันนอนลองเปลี่ยนจากความคิดเรื่องแ ย่ ๆ เปลี่ยนเป็นคิดเรื่องดีๆ บ้างสิครับ เพราะความคิดนั้นเป็นตัวกำหนดวิถีชี วิ ตของเรา ไม่เชื่อลองทำดู คิดดี ทำดี เท่านี้พอ

13 ไม่หนี แต่ไม่ปะทะ

หากเราไม่สามารถ จะทำอะไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้ แต่จะเก็บเอาไว้ก็กลัวจะกลายเป็นคนเก็บกดจะเดินหนี ก็จะกลายเป็นคนไม่ยอมรับความจริง หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ คงต้องใช้สติที่รอบคอบตัดสินใจในการแก้ปัญหา รับฟังสิ่งที่ผู้อื่นว่ามา แล้วก็นำไปปรับปรุงในส่วนที่ไม่ดี หากแต่เป็นสิ่งที่เขาพูดพร่ำเพรื่อก็ไม่ต้องกังวลให้ เสีย เวลา เลิกคิดไปเลยไม่จำเป็นต้องไปต่อปากต่อคำด้วย เพราะการทำเช่นนั้น ไม่ได้ส่งผลดีอะไรขึ้นมาเลย

14 หายใจเข้าและออกลึกๆ การหายใจเข้าออกลึกๆ นานๆ จะทำให้เรา ได้มีสติยั้งคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น และทำให้ร่างกายเราได้รับการผ่อนคลายจากลมหายใจที่รับเข้าและส่งออกดังนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไปในช่วงเวลาที่มีอารมณ์โก รธ ลองหายใจลึกๆ เข้า ออก อย่ างช้าๆ จะช่วยให้สถานการณ์รอบข้างดีขึ้น

15 ปล่อยวาง ไม่ยึดติ ปัญหาที่เกิดขึ้นนทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะคนเรามีอัตตามากเกินไป หากเราลองเปลี่ยนความคิด ไม่ยึดติดกับตัวตน แล้วลองคิดว่า สุดท้ายวันหนึ่งเราก็ต้อง แตกดับ และสลายไป วนเวียนเป็นวัฏจักรเช่นนี้เรื่อยไปเพราะฉะนั้น ถ้าเรายอมรับกับวัฏจักรแห่งการเกิด ดับนี้แล้ว ไม่ว่าเรื่องใดๆ ก็คงเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น

เรียบเรียงโดย : เพจเกษตรบ้านทุ่ง

Facebook Comments Box