เมียหลวงเจ็บ เผยสาเหตุแท้จริงไปอยู่ที่อื่น สุดท้ายมาเห็นภาพบาดใจ

เมียหลวงสุดเจ็บ เผยสาเหตุแท้จริงต้องไปอยู่ที่อื่น สุดท้ายกลับมาเห็นภาพบาดใจผัวนนอกอยู่กับชู้ไม่อายฟ้าดิน
จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ โลกออนไลน์ต่างแชร์คลิปเหตุการณ์ที่กลายเป็นไวรัล เมื่อหญิงสาวรายหนึ่งบุกเข้าไปในห้องพักของสามี ก่อนพบภาพสุดช้ำใจ สามีกำลังนอนกอดหญิงสาวอีกคนอยู่บนเตียง เธอจึงเข้าไปสอบถามฝ่ายหญิงว่า “เป็นใคร?” พร้อมมีปากเสียงกับสามี จนเหตุการณ์บานปลายเป็นความชุลมุน และคลิปถูกแชร์ออกไปอย่างรวดเร็ว

ล่าสุด เพจ เจ๊ม้อย v+ ได้เผยบทสัมภาษณ์ของ “แบม” เมียหลวงในคลิปดังกล่าว ซึ่งออกมาเล่าเรื่องราวอีกมุม โดยระบุว่า ก่อนเกิดเหตุเธอเคยมีปากเสียงกับ “บอล” สามี หลังจับได้ว่าแอบคุยแชตกับอดีตภรรยา ทำให้รู้สึกเสียใจและตัดสินใจแยกออกไปพักอยู่กับรุ่นพี่ แต่ยืนยันว่ายังไม่ได้หย่าร้างกัน ทั้งคู่ยังจดทะเบียนสมรส และมีลูกด้วยกัน 1 คน
แบมเล่าว่า แม้จะแยกกันอยู่ แต่ทั้งคู่ยังติดต่อกันมาตลอด ฝ่ายชายพยายามง้อ ขอคืนดี แวะมาหา ซื้อข้าวมาให้ รวมถึงโอนเงินช่วยเหลือเป็นประจำ กระทั่งวันเกิดเหตุ เธอโทรศัพท์หาสามีแต่ติดต่อไม่ได้ และพบว่าถูกบล็อกเบอร์ จึงเริ่มรู้สึกผิดสังเกต

ด้วยความเอะใจ เธอจึงเดินทางไปพร้อมรุ่นพี่ยังบ้านที่ทั้งคู่เคยใช้ชีวิตร่วมกัน เมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้อง ก็พบภาพที่ทำให้ช็อก เมื่อเห็นสามีกำลังนอนอยู่กับหญิงสาวชื่อ “ปุ้ย” ในลักษณะโอบกอดกันบนเตียง
แบมยืนยันว่า ไม่เชื่อว่าฝ่ายหญิงจะไม่รู้ว่าสามีของเธอมีครอบครัวแล้ว เพราะภายในห้องยังมีรูปของเธอและรูปลูกติดอยู่บริเวณข้างเตียงอย่างชัดเจน เหตุการณ์ตรงหน้าทำให้เธอทั้งเสียใจและโกรธ จึงเข้าไปต่อว่า แต่ระหว่างนั้นทั้งสองคนยังมีท่าทีปกติ จนยิ่งทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น
เธอยังอ้างอีกว่า หลังจากคลิปจบลง สามีได้เข้าปกป้องฝ่ายหญิง พร้อมใช้ไม้ไล่ทำร้ายเธอจนไม้หัก นอกจากนี้ยังระบุว่า ตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตคู่ เธอมักถูกสามีทำร้ายร่างกายอยู่บ่อยครั้ง และสงสัยว่าอาจมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เนื่องจากบางครั้งมีอาการคล้ายคนหลอน พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด
ขณะที่พี่ชายของ “บอล” ได้ออกมาให้ข้อมูลอีกด้านว่า น้องชายเพิ่งคบหากับ “ปุ้ย” ได้ไม่นาน และมองว่าน้องชายไม่ได้ทำผิด เพราะทั้งคู่แยกทางกันมาประมาณ 1 เดือนแล้ว แม้จะยังไม่ได้จดทะเบียนหย่ากันก็ตาม โดยยืนยันว่าช่วงที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายไม่ได้ใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว
