News

อ้าวเฮ้ย คนขับรถฉุกเฉินโผล่แล้ว งัดความจริงโต้ งานนี้ใครโกหก

อ้าวเฮ้ย คนขับรถฉุกเฉินโผล่แล้ว งัดความจริงโต้ งานนี้ใครโกหก

 

คืบหน้ามหากาพย์แม่ลูกกับธุรกิจพันล้าน จับแม่ส่งศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแต่เหมือนส่งไปขังคุก ล่าสุดคนขับรถวันมารับโผล่แจงความจริง พลิกหลายตลบ
เรียกว่าเป็นประเด็นเดือดที่สังคมจับตามอง สำหรับเรื่องราวของ คุณแม่ภัทร เจ้าของโรงงานผลิตเครื่องสำอางย่านลาดพร้าว หลังออกมาร้องเรียนกรณีถูกลูกชายยึดกิจการ ก่อนถูกส่งตัวไปยังศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งใน อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี โดยคุณแม่ภัทรอ้างว่า ระหว่างอยู่ภายในศูนย์ต้องเผชิญกับการทำร้ายร่างกาย การกักขังหน่วงเหนี่ยว และถูกบังคับให้กินยานอนหลับ จนนำไปสู่การตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

อ้าวเฮ้ย คนขับรถฉุกเฉินโผล่แล้ว งัดความจริงโต้ งานนี้ใครโกหก

 

โดยแม่ภัทร ได้เปิดหน้าออกรายการโหนกระแสพร้อมกับลูกสาว เผชิญหน้ากับฝั่งคุณเบนซ์ ลูกชาย คุณกุ้งฝอย ภรรยา และน้องชายของคุณกุ้งฝอย

เบนซ์ ลูกชายชี้แจงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมีน้องสาวเป็นผู้ดำเนินการและเป็นตัวตั้งตัวตี พร้อมระบุว่าไม่เคยรับรู้มาก่อนว่าภายในศูนย์ดูแลมีสภาพเป็นเช่นที่คุณแม่ภัทรเล่า

หลังจากทั้งสองฝ่ายมีการโต้แย้งกันในหลายประเด็น ทั้งเรื่องการนำตัวไปศูนย์ดูแล เรื่องตู้เซฟ และกิจการโรงงาน ในที่สุดทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยและตกลงกันว่า จะคืนโรงงานให้กับคุณแม่ภัทร ขณะที่ กุ้งฝอย ยืนยันว่า ที่ผ่านมาไม่เคยรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นภายในศูนย์ และอาจขอเจรจาไกล่เกลี่ยเกี่ยวกับระยะเวลาการดำเนินการ รวมถึงส่วนที่มีการต่อเติมไป

นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่คุณแม่ภัทรแฉว่าถูกเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นคนขับรถ คนขับรถตู้แอมบูแลนซ์ของทางศูนย์บุกมาจับตัวถึงบ้าน และมีการจับล็อกแขน ปิดปาก และมีการทำร้ายร่างกายโดยการต่อยที่ท้องเพื่อบังคับจับตัวขึ้นรถไปต่อหน้าต่อตาลูกทั้ง 2 คน แต่เรื่องนี้คุณเบนซ์ยืนยันว่าไม่มีการทำร้ายร่างกายคุณแม่

 

อ้าวเฮ้ย คนขับรถฉุกเฉินโผล่แล้ว งัดความจริงโต้ งานนี้ใครโกหก

 

ล่าสุดวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ในรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ได้มีการพูดคุยกับคนขับรถตู้แอมบูแลนซ์ที่มารับคุณภัทรเมื่อ 2 ปี ก่อนแล้ว ยืนยันว่าไม่มีการทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด

โดยคนขับเล่าว่าเขาผ่านการรับส่งผู้ป่วยจิตเวชมากว่า 10 ปี ในตอนนั้นได้รับแจ้งจากลูกชายว่าคุณแม่มีพฤติกรรมทำร้ายตัวเองและกับคนในครอบครัว จึงได้ให้รถตู้เข้าไปรับตัว

พอเข้าไปรับจริงยืนยันว่าไม่มีการทำร้ายร่างการคุณภัทรอะไรทั้งนั้น มีแค่จับมัดมือมัดขาตามขั้นตอน เพราะตัวผู้ป่วยขัดขืนและพยายามจะทำร้ายเจ้าหน้าที่

ส่วนเรื่องเปลี่ยนรถพยาบาลระหว่างทาง ทางคนขับยืนยันชัดเจนว่าไม่มีการแวะเปลี่ยนรถกลางทางแต่อย่างใด แต่ใช้วิธีเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยคุมสถานการณ์ที่ด้านหลังรถเพิ่มขึ้นแทน เพื่อให้ดูแลความปลอดภัยระหว่างทางได้รัดกุมกว่าเดิม

 

อ้าวเฮ้ย คนขับรถฉุกเฉินโผล่แล้ว งัดความจริงโต้ งานนี้ใครโกหก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *